Now Reading:

“ปั้นข้าวเหนียวจิ้มวาซาบิ” นศ.ญี่ปุ่นบุก มข.เรียนรู้วิถีชีวิตไทยอีสาน

Font Selector
Sans Serif
Serif
Font Size
A
A
You can change the font size of the content.
Share Page
กุมภาพันธ์ 16, 2014
Created by warudo

“ปั้นข้าวเหนียวจิ้มวาซาบิ” นศ.ญี่ปุ่นบุก มข.เรียนรู้วิถีชีวิตไทยอีสาน

หากจะเอ่ยถึงคำว่า “อีสาน” ภาพที่สะท้อนแก่ผู้คนที่มองมายังดินแดนแห่งนี้คงหนีไม่พ้นความเป็นเอกลักษณ์มาแต่อดีต ซึ่งก็คงหนีไม่พ้น ความแร้นแค้น ความยากจน ด้อยโอกาสทางการศึกษา ท้องถิ่นขาดการพัฒนา พื้นที่เพาะปลูกแห้งแล้ง และด้วยสิ่งที่สื่อหยิบยื่นนำเสนอให้เราเห็นจนชินตา คงหนีไม่พ้นภาพของดินที่แตกระแหง ชาวบ้านแหงนมองท้องฟ้าฟ้า เฝ้ารอคอยเมื่อไหร่ฝนจะตกลงมา เหล่านี้เป็นมายาคติที่ติดฝังหัวแก่คนทั่วไปตลอดมา ทำให้หลายแผ่นดินอีสานเป็นดินแดนที่ผู้คนไม่อยากจะเดินทางมาแต่ถ้าหากกล่าวถึง อีสานในยุคปัจจุบัน สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปมากจากในอดีต สังคมที่เรียบง่ายกลับกลายมาเป็นสังคมที่ซับซ้อน จนไม่ง่ายนักที่จะอธิบายสังคมอีสานในวันนี้ ซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นก็เนื่องมาจากการรับเอาสิ่งต่างๆ ทั้งด้านวัฒนธรรม ประเพณี สังคม เทคโนโลยี ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ทำให้คนอีสานหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องก้าวเข้าสู่ “ยุคโลกาภิวัฒน์” และหากจะเรียกว่า “อีสานยุคโลกาภิวัฒน์” ก็คงไม่ผิดนัก แต่อย่างไรก็ตามแม้จะได้กล่าวว่าเป็นอีสานยุคใหม่ เป็นอีสานในยุคสมัยของการพัฒนาด้านเทคโนโลยี แต่สิ่งที่ไม่ทำให้คนอีสานเปลี่ยนแปลงไปเลยก็คือ บุคลิกที่น่ารักและไม่ เหมือนใครในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้ม ความโอบอ้อมอารี จริงใจ รักความสนุกสนาน ความตั้งอดทน และตั้งใจแน่แน่วต่อเป้าหมาย ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้คนในดินแดนแห่งนี้ สิ่ง เหล่านี้ยังคงทำให้อีสาน เป็นดินแดนที่ที่ผู้คนจากทั่วโลกที่ลองมาสัมผัสประเพณี วัฒนธรรมของผู้คนในที่ราบสูงแห่งนี้ ล้วนต้องมนต์เสน่ห์ของ “ดินแดนข้าวเหนียว” และความเป็น “ไทอีสาน” อย่างแน่นอน

          Yuki Morishita หนุ่มน้อยจากดินแดนอาทิตย์อุทัย นักศึกษาจาก Osaka Gakuin University ที่บินลัดฟ้าเพื่อเข้าร่วม “โครงการเสริมประสบการณ์สู่นานาชาติ Thai Cultural Experience & International Village Camp Project in Thailand for OSAKA GAKUIN UNIVERSITY, JAPAN” โครงการเพื่อส่งเสริมพัฒนาศักยภาพเยาวชนให้มีจิตสำนึกแห่งการให้ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม สานสัมพันธ์ ไทย – ญี่ปุ่น ซึ่งเกิดขึ้นโดยการลงนามความร่วมมือระหว่างคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย กับ Osaka Gakuin University ประเทศญี่ปุ่น  ซึ่ง Morishita กับเพื่อนๆนักศึกษากว่า 14 ชีวิต ที่ต่างเชื้อชาติ ต่างสถาบัน แต่มีพวกเขามีเป้าหมายเดียวกันนั่นคือ การทำงานจิตอาสาและแบ่งปันความสุขให้แก่ชุมชนอีสาน พร้อมทั้งเรียนรู้วิถีชีวิต และวัฒนธรรมท้องถิ่นอีกด้วย โดยในปีนี้ Morishitaกับเพื่อนๆได้เลือก หมู่บ้านบุไทรโฮมสเตย์  ตำบลไทยสามัคคี  อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษาร่วมกับชุมชน ด้วยภูมิศาสตร์ของหมู่บ้านที่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติทับลาน รวมทั้งยังมีวิถีชีวิตรูปแบบไทอีสานแบบดั้งเดิม Morishitaกับเพื่อนๆได้เข้าร่วมดำเนินชีวิตและอยู่อาศัยกับชาวบ้านกว่าเพื่อเรียนรู้การใช้ชีวิตแบบอีสาน การใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติอย่างพอเพียง เรียนรู้วิธีการค้นหาและใช้สมุนไพรไทย เพื่อใช้ในการรักษาโรค และการรักษาผืนป่าต้นลำน้ำมูล ซึ่งถือว่าเป็นสายน้ำแห่งชีวิตของคนอีสานก็ว่าได้ รวมทั้งการร่วมมือ ลงแรง แข็งขันในการต่อเติมเสริมความสมบูรณ์ให้กับ “ฝายชะลอน้ำ” เพื่อให้ผืนป่ายังอุดมสมบูรณ์แห่งนี้ชุ่มช้ำไปด้วยแมกไม้นานาชนิด เพื่อเป็นแหล่งทำมาหากินตามวิถีธรรมชาติ ให้ชาวบ้านในชุมชนและสัตว์ป่าให้พึ่งพิงอาศัย นอกจากการทำฝายชะลอน้ำแล้ว Morishita กับเพื่อนๆยังมีโอกาสได้ทำโป่งเพื่อเป็นอาหารของสัตว์ป่า  รวมทั้งปลูกป่าด้วยวิธีการยิงเมล็ดพันธุ์พืช เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้ผืนป่าต้นน้ำของชาวอีสานยังคงความสมบูรณ์และอยู่ต่อไปชั่วลูกชั่วหลานหลาน
image (5)

Yuki Morishita

 “เป็นครั้งแรกที่ผมได้มาประเทศไทย แต่อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเล่าให้ฟังเกี่ยวเรื่องราวในประเทศไทย เรื่องราวของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชื่อดังลำดับต้นๆของประเทศไทย ว่าสนุกมาก ได้ทำกิจกรรมต่างๆเยอะ พอได้มีโอกาสมาจริงๆรู้สึกตื่นเต้นดีใจมาก มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่มาก เมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยของผมที่ญี่ปุ่น ผมได้เจอเพื่อนใหม่ๆ จากหลายประเทศ ก็มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่างๆ สำหรับกิจกรรมที่ประทับใจก็มีหลายอย่าง เช่น เดินทางชมหอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น การเข้านมัสการพระมหาธาตุแก่นนคร (พระธาตุเก้าชั้น) ตลอดจนการเรียนวิธีนวดแผนไทย จากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากคณะเทคนิคการแพทย์ฯ ตลอดจนเดินทางไป บ้านแคนทอง เพื่อเลี้ยงอาหารว่าง และร่วมสอนน้องๆวาดภาพระบายสี ซึ่งสร้างความสนุกสนานและผ่อนคลาย อีกทั้งได้ร่วมพูดคุยและมอบของเล่นที่เตรียมมาจากประเทศญี่ปุ่นให้น้องๆผู้ด้อยโอกาสอีกด้วย แต่อีกหนึ่งกิจกรรมที่ผมภูมิใจก็คือ การได้แลกเปลี่ยนการทำอาหารกับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาของโรงเรียนไทยสามัคคี ที่วังน้ำเขียว โคราช พวกเราได้สอนการทำซูชิและสอนพับกระดาษโอริกามิในแบบฉบับญี่ปุ่น ให้กับน้องๆนักเรียน และน้องๆก็ยังสอนผมและเพื่อนๆทำอาหารไทย(ข้าวจี่) ซึ่งน้องๆทุกคนน่ารักมากๆ”
Morishita ยังกล่าวเสริมอีกว่า “ที่บ้านของผมมีเทคโนโลยีล้ำสมัย มีการคมนาคม การสื่อสาร ที่สะดวกและมหาอำนาจด้านเทคโนโลยีของโลก เป็นไปได้ว่าความเจริญอย่างรวดเร็ว อาจทำให้ชาวญี่ปุ่นที่อยู่ในเมือง หลงลืมบางอย่าง ที่เรียกว่า รากเหง้าแห่งชีวิต ซึ่งหมายถึงการใช้ชีวิตที่ปกติ อยู่กับธรรมชาติ ไม่รีบร้อนจนเกินไป ทำให้ได้มองเห็นคนอื่นๆรอบข้าง ได้พบรอยยิ้ม ได้รับความรัก และอยากจะมอบความรักเหล่านั้น แก่ผู้คนรอบข้างด้วย”

image (6)
          “ผมไม่คาดคิดว่าการเดินทางมาเยือนประเทศไทยจะสร้างความประทับใจให้กับผมและเพื่อนๆได้มากขนาดนี้ แม้เราจะมาจากหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น(Osaka Gakuin University) ไทย(Khon Kaen University) เม็กซิโก (Universidad De Colima) และอิตาลี (Free university of Bozen Bolzano) แต่ในเวลา 10 วัน พวกเรามีความผูกพันกัน เพราะมีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการเดินทางเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมซึ่งกันและกัน รวมทั้งแบ่งปันความรัก ความสุข แม้จะมีอุปสรรคด้านภาษาบ้าง แต่ภาษากายที่เรามอบแก่กันมันแสดงออกว่าให้เห็นว่า พวกเรารักที่จะเรียนรู้ในความเป็นไทย รักเรียนรู้การใช้ชีวิตในวิถีของคนอีสาน และต้องการสัมผัส “ความสุข” ตามวิถีท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างแท้จริง พวกเราขอขอบคุณชาวบ้าน นักเรียน ครู-อาจารย์ในชุมชน ที่ดูแลพวกเราตลอดช่วงการทำกิจกรรมที่นี้ ขอบคุณผู้บริหารและอาจารย์ของทั้งสองมหาวิทยาลัย ที่เปิดโอกาสให้กับนักศึกษาได้มาร่วมทำกิจกรรมดีๆ สิ่งที่ได้รับจากโครงการจะเป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ พวกได้เรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกัน ได้ช่วยเหลือผู้อื่นที่ด้อยโอกาส ได้เรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตในประเทศไทย ได้รู้จักการมีน้ำใจช่วยเหลือต่อเพื่อนมนุษย์ ได้รู้จัก คำว่า จิตอาสา ได้รับประสบการณ์แปลกใหม่ในการใช้ชีวิตต่างแดน รวมทั้งได้เรียนรู้รูปแบบการบริหารจัดการธุรกิจ จากผู้ประกอบการธุรกิจบริการของประเทศไทย และจากอาจารย์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น การมาประเทศไทยครั้งนี้ผมอยากบอกว่า สนุกมาก จนบอกไม่ถูก พูดได้คำเดียวว่า สุดสุด และถ้ามีโอกาสก็อยากประเทศไทยอีกครั้ง” Morishita กล่าวความรู้สึก
 Davide Iori นักศึกษาจาก Free university of Bozen Bolzano ประเทศอิตาลี หนึ่งในนักศึกษาแลกเปลี่ยนของคณะฯ กล่าวถึงเกี่ยวกับการเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ว่า “การเป็นจิตอาสา บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม สำคัญมากกับสังคมส่วนรวม การที่เป็นผู้ที่เอื้อเฟื้อ เสียสละ เวลา แรงกาย แรงใจ เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น หรือ สังคมให้เกิด ประโยชน์และความสุขให้มากที่สุด เป็นค่านิยมที่สำคัญมากในระดับสากล”
         “โครงการนี้เป็นโอกาสที่ดีของพวกเราซึ่งเป็นชาวต่างชาติ ผมเองก็ได้มาเรียนที่คณะวิทยาการจัดการตั้งเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา การที่ได้มาสัมผัสกับวิถีชีวิตแบบไทยแท้ เราได้ทำกิจกรรมต่างๆเพื่อสังคม นอกจากนั้นยังได้รับประสบการณ์โดยตรงในเรื่องนี้แล้ว พวกเรายังได้เรียนรู้การบริหารจัดการการท่องเที่ยวและการโรงแรม จากผู้ประกอบธุรกิจโฮมสเตย์ในประเทศไทย ซึ่งตัวของผมก็เรียนหลักสูตรการจัดการการโรงแรมและการท่องเที่ยว การได้มาเรียนรู้ มาสัมผัสกับแหล่งเรียนรู้จริง จะทำให้พวกเรานั้นสามารถเข้าใจ และเห็นภาพมากกว่าการเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการพัฒนาความสามารถทางวิชาชีพในอนาคต” Davide กล่าวทิ้งท้าย

 

image (7)

วีระพงษ์ เหล็กจาน นักศึกษาสาขาการตลาด

วีระพงษ์ เหล็กจาน (ต้น) นักศึกษาสาขาการตลาด คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้ที่ทำหน้าที่บัดดี้รวมทั้งล่ามในโครงการ กล่าวความรู้สึกเกี่ยวกับโครงการว่า “เราได้ ร่วมแรง ร่วมใจ ในการทำหน้าที่ที่จะสื่อสารให้เพื่อนๆชาวญี่ปุ่นเข้าใจและเข้าถึงวัฒนธรรม ประเพณี กันอย่างเต็มที่และสังคมของชุนชนไทอีสาน ซึ่งเปรียบเสมือนการเป็นทูตวัฒนธรรมของ มข. ของภาคอีสาน และของประเทศของเรา พวกเราจะจดจำสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในตลอด 10 วันที่พวกเราใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน แม้เราจะมีความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติ ต่างภาษา แต่เราก็ได้มิตรภาพและประสบการณ์ดี ๆ ผมภูมิใจที่เราได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าสิ่งที่ผมทำให้อาจจะไม่ยิ่งใหญ่มากมาย แต่มันก็เกิดจากความตั้งใจและแรงใจ  การเข้าร่วมกิจกรรมนี้ นอกจากจะเป็นการเรียนรู้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ไทย-ญี่ปุ่น แล้ว ยังได้ทำกิจกรรมที่เป็นการบำเพ็ญต่อสังคม ทั้งการปลูกต้นลาน การทำฝายชะลอน้ำ ได้ช่วยเหลือน้องๆที่ด้อยโอกาส ซึ่งเป็นกิจกรรมเหล่านี้ปลูกฝังให้เรามีจิตสาธารณะ มีจิตอาสาต่อสังคมส่วนรวม ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญต่อสังคมโลกในยุคปัจจุบัน”
 โครงการเสริมประสบการณ์สู่นานาชาติ Thai Cultural Experience & International Village Camp Project in Thailand for OSAKA GAKUIN UNIVERSITY, JAPAN เป็นโครงการที่จัดขึ้นตามนโยบายของมหาวิทยาลัย เน้นการแลกเปลี่ยนการศึกษากับมหาวิทยาลัยต่างชาติ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นประเทศมหาอำนาจในทวีปเอเชีย จึงถือว่าเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทยและญี่ปุ่นให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น ซึ่งในอนาคตคาดว่าจะเกิดโครงการแลกเปลี่ยนในขนาดที่ใหญ่ขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ระหว่างกันและกันได้อีกด้วย แม้ในปีนี้จะมีระยะเวลาสั้นๆ(16-26 กุมภาพันธ์ 2557) แต่ประสบการณ์การณ์ในการเดินทางมายังมหาวิทยาลัยขอนแก่นเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรม ประเพณี ภาษาของกันและกัน นักศึกษาจากญี่ปุ่นได้เรียนรู้วัฒนธรรมประเพณี สังคม ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของถิ่นเสียงแคน และความเป็น “ไทอีสาน” ที่มีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย และจริงใจ เช่นเดียวกันกับนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นของเราที่ได้รับประสบการณ์ที่แปลกใหม่ที่แสนพิเศษและน่าประทับใจ เปรียบเสมือนการ“ปั้นข้าวเหนียว จิ้มวาซาบิ” ซึ่งแม้ว่ารสชาติอาจจะแปลกไป แต่รับรองถึงรสสัมผัสได้ว่า มันจะ แซ่บบ !!! ทุกคำและติดตราตรึงในหัวใจพวกเค้าตลอดไปที่เคี้ยวอย่างแน่นอน.

วรัญญู  ดอนเหนือ:ภาพ/ข่าว
พรพิสุทธิ์ ดวงเงิน:ภาพ

Recent Posts

Recent Comments

ไม่มีความเห็นที่จะแสดง
เกี่ยวกับเว็บไซต์

เว็บไซต์นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาระบบกฤตภาคข่าวออนไลน์ของคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดทำขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวม จัดเก็บ และเผยแพร่ข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับคณะฯ ในรูปแบบดิจิทัล ให้บริการข้อมูลข่าวสารแก่ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา พร้อมทั้งมุ่งพัฒนาให้เป็นแหล่งอ้างอิงที่มีความน่าเชื่อถือ สำหรับบทความ ข่าว และเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคณะฯ จากสื่อมวลชนทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ

นอกจากนี้ ระบบยังสนับสนุนการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัย สอดคล้องกับพฤติกรรมการรับสื่อของกลุ่มเป้าหมายในยุคดิจิทัล ผ่านแพลตฟอร์มที่ออกแบบให้ใช้งานง่าย รวดเร็ว และโปร่งใส เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการสื่อสารองค์กรและการบริหารจัดการข้อมูลข่าวสารอย่างยั่งยืน อีกทั้งเว็บไซต์ยังทำหน้าที่เป็นแหล่งประชาสัมพันธ์บริการ กระบวนงาน และองค์ความรู้ ที่เกี่ยวข้องกับกับการปฏิบัติงาน เพื่อสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานภายใน สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้รับบริการ และเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับเครือข่ายพันธมิตรศอย่างเป็นระบบ

ภารกิจด้านวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร
คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น