Now Reading:

KKBS เผยผลงานรอบ 1 ปี พร้อมขับเคลื่อนสู่มาตรฐานการการศึกษาสากล

Font Selector
Sans Serif
Serif
Font Size
A
A
You can change the font size of the content.
Share Page
เมษายน 27, 2017
Created by warudo

KKBS เผยผลงานรอบ 1 ปี พร้อมขับเคลื่อนสู่มาตรฐานการการศึกษาสากล

 เกษตรกรชาวนา ผู้ประสบอุทกภัย และ คณาจารย์จากคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ม.ขอนแก่น จากการนำร่องของ รศ.ดร.เพ็ญศรี   เจริญวานิช คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ม.ขอนแก่น ต่างปลื้ม ปีติ ที่เมื่อกลางเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เมื่อ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ  ได้เสด็จไปทรงเป็นประธานในการเกี่ยวข้าวแปลงสาธิตการทำนาแบบประณีตเพื่อพึ่ง (ภา) ณ แปลงนา นายเลาะ  โพธิ์พฤกษ หมู่ที่ ๔ ต.แสนตอ อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร ในโครงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยฤดูฝน ปีพุทธศักราช ๒๕๕๙ ในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร และ จ.พิษณุโลก โดย ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเพื่อสังคมการเกษตรแบบประณีตเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ม.ขอนแก่น ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นผู้ดำเนินงานทำนาแบบประณีตเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เพื่อช่วยเหลือผู้ประอุทกภัย นอกจากนั้นยังทอดพระเนตรการสาธิตการหย่อนกล้าข้าวการทำนาแบบประณีตเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)  ด้วยเครื่องหย่อนกล้าข้าวเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)-KU ซึ่งเป็นแบบกึ่งอัตโตมัติที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย พัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
            การทำนาแบบประณีตเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ที่ได้ดำเนินการในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร ระหว่างเดือน พ.ย. 2559 – เดือน มี.ค. 2560 นั้น ดำเนินการโดยผู้จัดการทำนาแบบประณีตเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จำนวน ๕ทีม ( ทีมละ ๓ คน) ที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมกับ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเพื่อสังคมการเกษตรแบบประณีตเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี  ม.ขอนแก่น  ได้พัฒนาและอบรมบ่มเพาะตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ เป็นต้นมา เพื่อทำหน้าที่ให้บริการปลูกข้าวให้ได้คุณภาพตามวัตถุประสงค์  สามารถหย่อนกล้าข้าวด้วยเครื่องหย่อนกล้าข้าวของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ได้ประมาณวันละ ๑๐ ไร่ ถึง ๑๕ ไร่ต่อทีม และยังสามารถถ่ายทอดความรู้การผลิตข้าวคุณภาพแก่เกษตรกรและเป็นที่ปรึกษาในการปลูกข้าวแบบอินทรีย์ด้วย
           การทำนาแบบประณีตเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) สามารถนำมาช่วยให้มีการปลูกกล้าข้าวที่มีระยะห่างที่เหมาะสมทุกๆ กอ ข้าวจึงเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วเร็วกว่าการงอกของเมล็ดหญ้า  จึงลดความเสี่ยงที่เกษตรกรจะใช้ยาปราบศัตรูพืช  ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ขัดกับกฎเกณฑ์ของเกษตรอินทรีย์ มีผลให้ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์การทำนาแบบประณีตนี้ได้มีการศึกษาแล้วพบว่ามีต้นทุนต่ำ  มีผลผลิตสูงขึ้นกว่าวิธีต่างๆ ถึงประมาณร้อยละ ๓๐ ดูแลง่ายแทบไม่ต้องกำจัดศัตรูพืช
         รศ.ดร.เพ็ญศรี   เจริญวานิช คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ม.ขอนแก่น อธิบายว่า โครงการทำนาแบบประณีตเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร ได้ดำเนินการช่วยเหลือแก่เกษตรกร ใน ต.แสนตอ จำนวน ๕๔ราย และ ต.เกาะตาล จำนวน ๓๖ราย รวมเป็นเกษตรกรทั้งสิ้น  ๙๐ราย จำนวนพื้นที่รวมประมาณ ๑,๕๐๐ ไร่ ผลการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน  โดยการเก็บรวมรวมข้อมูลและวิเคราะห์ประสิทธิผลของการทำนาแบบประณีตเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)  และผลผลิตในเชิงคุณภาพ  พบว่า มี 4 ประการที่น่าสนใจ กล่าวคือ
        1) ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการทำนาแบบประณีตเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ต่ำกว่าการทำนาแบบหว่าน ประมาณ 1,000 บาทต่อไร่ขึ้นไป  โดยต้นทุนและค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการทำนาแบบประณีตเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) คือไร่ละ 2,928 บาท/ไร่  ในขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการทำนาแบบหว่าน คือไร่ละ 3,894 บาท/ไร่  แม้ว่าการทำนาแบบประณีตเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จะมีค่าใช้จ่ายในส่วนของการเพาะกล้าและหย่อนกล้า แต่การทำนาแบบประณีตเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) สามารถประหยัดต้นทุนในส่วนของค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าปุ๋ย และค่ายาปราบศัตรูพืช ได้ถึงไร่ละประมาณ 1,200 บาท
2) การทำนาแบบประณีตเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ได้ผลผลิตสูงกว่าการทำนาแบบหว่าน ประมาณร้อยละ 34  โดยการทำนาแบบประณีตเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ได้ผลผลิตเฉลี่ยไร่ละ 870 กก.  (มีพบว่ามีเกษตรกรบางรายได้ผลผลิตสูงถึงไร่ละ 1,200 กก.)  ในขณะที่การทำนาแบบหว่านได้ผลผลิตเฉลี่ยไร่ละ 650 กก.
         3) ผลการเปรียบเทียบการเจริญเติบโต ลักษณะทางกายภาพ และคุณภาพของผลผลิตข้าวพันธุ์ กข 41 จากการทำนาแบบประณีตฯและนาหว่านพบว่าต้นข้าวจากการทำนาแบบประณีตฯ มีความสูงเฉลี่ย 94 เซนติเมตร ความยาวรวงเฉลี่ย 26เซนติเมตร และจำนวนต้นต่อกอเฉลี่ย 19 ต้น ในขณะที่ต้นข้าวจากการทำนาหว่านที่ใช้พันธุ์ข้าว กข41 และปลูกในระยะเวลาเดียวกัน พบว่า ความสูงของต้นข้าวเฉลี่ย 98 เซนติเมตร ความยาวรวงเฉลี่ย 22 เซนติเมตร และจำนวนต้นต่อกอเฉลี่ย 2 ต้น  ความแตกต่างของผลผลิตเชิงคุณภาพที่เห็นได้ชัดคือ ต้นข้าวของการทำนาประณีตฯมีความยาวรวงเฉลี่ยมากกว่าต้นข้าวของนาหว่านประมาณ 4 เซนติเมตร และมีคุณภาพการติดรวงและการแตกกอมากกว่านาหว่าน  และจำนวนเมล็ดต่อรวงก็มากกว่านาหว่าน เช่นกัน
          4) ผลการประเมินความพึงพอใจของเกษตรกรต่อการทำนาแบบประณีตฯ เปรียบเทียบกับการทำนาหว่าน พบว่าเกษตรกรมีความพึงพอใจต่อการทำนาแบบประณีตเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) มากกว่าการทำนาหว่าน โดยมีระดับความพึงพอใจโดยรวมในระดับมาก  ด้วยเหตุผลคือช่วยลดต้นทุนในการทำนาอย่างเห็นได้ชัด  มีการใช้เครื่องหย่อนกล้าข้าว ทำให้ประหยัดแรงงาน การทำนาแบบประณีตเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) มีระยะห่างในการปลูกที่พอเหมาะ ทำให้หญ้าและวัชพืชขึ้นน้อย การดูแลรักษาทำได้ง่าย เกษตรกรจึงประหยัดเวลาในการกำจัดวัชพืช สามารถใช้เวลาที่เหลือไปทำงานอย่างอื่นได้  มีโรคและแมลงศัตรูพืชรบกวนน้อย รวมถึงมีหญ้าและวัชพืชขึ้นน้อย ส่งผลให้ลดการใช้ยาปราบศัตรูพืช จึงเป็นการช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้สารเคมี
         “การช่วยเหลือเกษตรกรโดยการทำนาแบบประณีตเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ได้ประสิทธิผลตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ คือเกษตรกรได้รับความช่วยเหลือฟื้นฟูอาชีพการทำนา ผลผลิตข้าวสูงขึ้น  สามารถลดต้นทุนการผลิต ประหยัดเวลาในการทำนา ลดความเสี่ยงในการใช้สารเคมี เกษตรกรจึงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  ที่สำคัญยิ่งคือเกษตรกรได้รับการถ่ายทอดความรู้และสร้างความพร้อมในการปลูกข้าวคุณภาพเพื่อก้าวไปสู่เกษตรอินทรีย์ต่อไป”  รศ.ดร.เพ็ญศรี กล่าว
         นอกจากนี้ รศ.ดร.เพ็ญศรี  ยังได้กล่าวถึงผลงานของคณะฯ ในโอกาสครบรอบ 1 ปี ของการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 133 ตอน พิเศษ 91 ง หน้า 4 เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2559 ในการขอเปลี่ยนชื่อคณะในมหาวิทยาลัยขอนแก่น จาก “คณะวิทยาการจัดการ” เป็น “คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี” ซึ่งคณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชีได้เปิดเผยว่า  “เป็นเวลากว่า 25 ปี ในนามของคณะวิทยาการจัดการ ในอดีต สู่ คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ในปัจจุบัน เราล้วนมีความมุ่งมั่นต่อการจัดการศึกษา การวิจัย และบริการวิชาการแก่สังคมในศาสตร์ด้านบริหารธุรกิจและการบัญชี เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชนในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสนองต่อความต้องการด้านวิชาการที่หลากหลาย สอดคล้องกับความต้องการของสังคมในระดับภูมิภาคและอาเซียน สำหรับผลงานในรอบปีที่ผ่านมาในด้านการเรียนการสอน คณะฯ มีได้ผลักดันที่จะให้หลักสูตรของเรามีความโดดเด่น ผ่านกระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ  เน้นให้นักศึกษาได้ออกปฏิบัติงานจริงกับผู้ประกอบการ ซึ่งจะเป็นก้าวแรกของการพัฒนาตนเองสู่ความเป็นนักธุรกิจมืออาชีพในอนาคต โดยปีการศึกษานี้คณะฯ มีการส่งนักศึกษาเข้าร่วมโครงการสหกิจศึกษาอาเซียนเกือบ 50 คน โดยโครงการดังกล่าวเป็นระบบการเรียนที่เน้นการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ โดยนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการจะต้องปฏิบัติงานในสถานประกอบการในประเทศอาเซียนในรูปแบบของลักษณะพนักงานชั่วคราวกับบริษัทชั้นนำในอาเซียน นอกจากนี้ คณะฯมีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและองค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ทั้งรูปแบบการแลกเปลี่ยนนักศึกษา และหลักสูตรร่วมปริญญา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของนักศึกษาทั้งด้านวิชาการ ด้านกิจกรรมเสริมหลักสูตร และทักษะและประสบการณ์ทั้งในและต่างประเทศ อาทิ University of Montpellier ประเทศฝรั่งเศส Universidad de Colima ประเทศเม็กซิโก Free University of Bozen-Bolzano ประเทศอิตาลี SRH Hoschule Hidelberg  ประเทศเยอรมัน  Osaka Gakuin University  ประเทศญี่ปุ่น Far East University  ประเทศเกาหลีใต้  ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นพันธมิตรที่พร้อมเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการจัดการศึกษาให้ก้าวไปสู่มาตรฐานสากลร่วมกัน”
        ในส่วนของการวางแผนยุทธศาสตร์และแนวนโยบายการบริหารงาน รศ.ดร.เพ็ญศรี เปิดเผยว่า คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี  ภายใต้แบรนด์ KKBS หรือ Khon Kaen Business School มีจัดการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการโดยมุ่งเน้นความเป็นเลิศในด้านบริหารธุรกิจและการบัญชี ภายใต้วิสัยทัศน์ “สถาบันการศึกษาชั้นนำและเป็นเลิศด้านบริหารธุรกิจและการบัญชีที่ได้มาตรฐานสากล”โดยคณะมีเป้าหมายเป็นหนึ่งในผู้นำศาสตร์ทางด้านบริหารธุรกิจและการบัญชีในระดับประเทศและอาเซียน ปัจจุบันคณะฯ เปิดสอนในหลักสูตรทั้งระดับ ปริญญาตรี และระดับบัณฑิตศึกษา ในสาขาต่างๆ ประกอบด้วย  สาขาวิชาการเงิน สาขาวิชาการตลาด  สาขาวิชาการจัดการ  สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยว  สาขาวิชาการจัดการโรงแรมและอีเว้นท์ และสาขาวิชาการบัญชี และคณะฯ มีเป้าหมายที่จะนำทุกหลักสูตรเข้าสู่กระบวนการรับรองมาตรฐานสากล Association to Advance Collegiate Schools of Business หรือ AACSB ซึ่งเป็นมาตรฐานการจัดการเรียนการสอนด้านบริหารธุรกิจและการบัญชี ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ส่วนด้านการวิจัยและบริการวิชาการ คณะฯ จะมุ่งสร้างผลงานวิจัยที่มีคุณภาพเพื่อตอบสนองปัญหาของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง รวมทั้งการให้บริการวิชาการแก่กลุ่มคนทุกวัย ทั้งหน่วยงานแก่ภาครัฐและเอกชนทุกมิติ ให้สามารถมาศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติม ผ่านศูนย์วิจัยและบริการวิชาการของคณะฯ ทั้ง 7 ศูนย์วิจัย ซึ่งได้แก่ ศูนย์เรียนรู้การลงทุน (SET IC), ศูนย์การท่องเที่ยวเอเชียแปซิฟิค (CAPTOUR), ศูนย์บริการเชี่ยวชาญ และวิชาการด้านธุรกิจอีเว้นท์และการบริการ (HEPSAC), ศูนย์ความเป็นเลิศอุตสาหกรรมไมซ์และอีเว้นท์เชิงธุรกิจ (CEMBEI), ศูนย์นวัตกรรมธุรกิจและผู้ประกอบการอัจฉริยะ (BIC), ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเพื่อสังคมการเกษตรแบบประณีตเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) (SOBICPA), ศูนย์พัฒนากลยุทธ์ธุรกิจ (BUSDEC) โดยในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา คณะฯได้รับรางวัลส่วนงานหรือศูนย์วิจัย ที่มีระบบการบริหารงานวิจัย ดีเด่น คือ มีผลงานวิจัยต่อจำนวนนักวิจัยสูงที่สุด และมี citation สูง ในกลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ จากงาน “ชื่นชมยินดี ด้วยไมตรีและขอบคุณ”  ประจำปีพุทธศักราช 2560 ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น
          ท้ายสุด รศ.ดร.เพ็ญศรี ได้กล่าวว่า “ขณะนี้ทางคณะฯ ได้เข้าสู่กระบวนการประเมิน EdPEx200 หรือ เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ ซึ่งเป็นกรอบการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการในเชิงระบบ ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยในการพัฒนาองค์กรอย่างก้าวกระโดดและยั่งยืน โดยคณะฯ เป็น 1 ใน 7 ของคณะวิชาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น และ 1 ใน 17 คณะวิชาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศที่เข้ารับการตรวจสอบและประเมินผลในกระบวนการดังกล่าว โดยผลการตรวจประเมินจะเป็นอย่างไรนั้นจะได้ทราบผลในอนาคตอันใกล้นี้ ส่วนการจะได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษา AACSB ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของคณะฯ จะต้องผ่านกระบวนการที่เข้มงวดในการตรวจสอบและประเมินผลในด้านต่างๆ ซึ่งใช้เวลาหลายปีในการดำเนินการ  อย่างไรก็ดี ด้วยการทุ่มเทของคณาจารย์และบุคลากรให้กับการพัฒนาการเรียนการสอนให้มีคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง และการมีหลักสูตรที่ตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงาน เราพร้อมที่สร้างบัณฑิตด้านบริหารธุรกิจและด้านการบัญชี ให้มีความรู้ความสามารถมีทักษะที่พรั่งพร้อมกับการเป็นผู้ประกอบการคุณภาพในยุคไทยแลนด์ 4.0 อย่างแน่นอน”

Recent Posts

Recent Comments

ไม่มีความเห็นที่จะแสดง
เกี่ยวกับเว็บไซต์

เว็บไซต์นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาระบบกฤตภาคข่าวออนไลน์ของคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดทำขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวม จัดเก็บ และเผยแพร่ข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับคณะฯ ในรูปแบบดิจิทัล ให้บริการข้อมูลข่าวสารแก่ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา พร้อมทั้งมุ่งพัฒนาให้เป็นแหล่งอ้างอิงที่มีความน่าเชื่อถือ สำหรับบทความ ข่าว และเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคณะฯ จากสื่อมวลชนทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ

นอกจากนี้ ระบบยังสนับสนุนการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัย สอดคล้องกับพฤติกรรมการรับสื่อของกลุ่มเป้าหมายในยุคดิจิทัล ผ่านแพลตฟอร์มที่ออกแบบให้ใช้งานง่าย รวดเร็ว และโปร่งใส เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการสื่อสารองค์กรและการบริหารจัดการข้อมูลข่าวสารอย่างยั่งยืน อีกทั้งเว็บไซต์ยังทำหน้าที่เป็นแหล่งประชาสัมพันธ์บริการ กระบวนงาน และองค์ความรู้ ที่เกี่ยวข้องกับกับการปฏิบัติงาน เพื่อสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานภายใน สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้รับบริการ และเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับเครือข่ายพันธมิตรศอย่างเป็นระบบ

ภารกิจด้านวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร
คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น